นโยบายความเป็นส่วนตัว Privacy Notice

บริษัท มิตรสิบ พิโก จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (“ท่าน”) รวมถึงวิธีการในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสมตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อจัดให้มีวิธีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และมีมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รักษาความลับตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน โดยบริษัทจะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไว้กับบริษัทในเรื่องเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่กฎหมายกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ที่เหมาะสมสำหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

คำนิยาม

บริษัท หมายถึง บริษัท มิตรสิบ พิโก จำกัด

กลุ่มบริษัทมิตรสิบ หมายถึง บริษัทฯ และบริษัทในเครือ

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมเฉพาะ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูล

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นระบุไปถึง เช่น ประชาชนทั่วไป ลูกค้า พนักงาน แต่ไม่รวมบุคคลที่ถึงแก่กรรมและนิติบุคคล

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าดังต่อไปนี้

1.1 ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน ( Identity Data ) เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เพศ อายุ การศึกษา สัญชาติ สถานภาพการสมรส อาชีพ ตำแหน่งงาน รวมถึงรายละเอียดและ/หรือ เอกสารสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ กรุ๊ปเลือด รูปถ่าย ลายมือชื่อ และข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา เชื้อชาติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในบัตรประชาชนของท่านเจ้าของข้อมูล

1.2 ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ( Contact Data ) เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล และชื่อผู้ใช้ในโซเชียลมีเดีย ( เช่น ชื่อผู้ใช้ Facebook และ Line id )

1.3 ข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลการทำธุรกรรม ( Transaction Data ) เช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร ( หน้าบุ๊คแบงค์ ) ข้อมูลแสดงรายได้ Statement เงินเดือน สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน และรายละเอียดภายใต้เอกสารการขอสินเชื่อ

1.4 ข้อมูลการติดต่อกับบริษัท ( Communication Data ) เช่น ข้อมูลการบันทึกภาพจากกล้อง ( CCTV ) หรือเสียงเมื่อมีการติดต่อกับบริษัท

1.5 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น บุคคลอ้างอิง พยาน รวมถึงข้อมูล ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลดังกล่าว และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดที่ท่านเคยให้ไว้กับบริษัททุกรูปแบบ ในการให้ข้อมูลดังกล่าว ท่านจะต้องเป็นผู้แจ้งแก่เจ้าของข้อมูลบุคคลดังกล่าวให้ทราบถึงนโยบายฉบับนี้ และยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ตามนโยบายฉบับนี้

1.6 ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น ทะเบียนรถยนต์ โฉนดที่ดิน หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( นส.3ก ) เป็นต้น

1.7 ข้อมูลอื่นๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของบริษัท เช่น การนำเสนอบริการทางการเงินและผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัทฯ การจัดซื้อ การทำสัญญา การทำธุรกรรมทางการเงิน การดำเนินกิจกรรมของบริษัท การติดต่อประสานงานต่าง ๆ หรือเพื่อปรับปรุงคุณภาพการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การจัดฐานข้อมูล วิเคราะห์และพัฒนากระบวนการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานของบริษัท เป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยมี วัตถุประสงค์ ขอบเขต และใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรม โดยในการเก็บรวบรวมนั้นจะทำเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีที่บริษัทจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยชัดแจ้งก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวจะเข้าข้อยกเว้นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือกฎหมายอื่นกำหนดไว้

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัทและการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูล บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ บริษัทในเครือมิตรสิบฯ และ/หรือบุคคลอื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ โดยบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าวจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอมหรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ เช่น ผู้ให้บริการต่างๆ ที่ต้องดำเนินงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น การฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย

5. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาตามที่บริษัทดำเนินความสัมพันธ์กับเจ้าของข้อมูล และ/หรือการให้บริการแก่เจ้าของข้อมูล เช่น ตามอายุสัญญา และอาจเก็บรักษาต่อไปหลังจากนั้น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย และการกำกับดูแล เช่น ภายใต้การกำกับดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายป้องกันการปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายว่าด้วยการบัญชี กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร กฎหมายแรงงานและกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องปฏิบัติตามทั้งในและต่างประเทศ เมื่อพ้นระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ให้ข้อมูลสามารถระบุตัวตนได้อีกต่อไป เพื่อปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิในการดำเนินการร้องขอตามสิทธิดังต่อไปนี้

6.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ( right to withdraw consent ) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ให้ไว้กับ บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่การเพิกถอนความยินยอมจะมีข้อจำกัดโดยกฎหมาย หรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน

6.2 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ( right of access ) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม (มาตรา 30)

6.3 สิทธิในการให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ( right to restriction of processing ) ในกรณีที่บริษัทได้ทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งาน โดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้กับบริษัท รวมทั้งมีสิทธิ ดังต่อไปนี้

(ก) ขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ

(ข) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยตรง เว้นแต่โดยสภาพเทคนิคไม่สามารถทำได้ (มาตรา 31)

6.4 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ( right to object ) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการ ประมวลผลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อ วัตถุประสงค์เกี่ยวกับทางการตลาดแบบตรงและกรณีอื่นๆตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 32)

6.5 สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ( right to erasure ) เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ด้วยเหตุบางประการ (มาตรา 33)

6.6 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ( right to restriction of processing ) เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยเหตุบางประการ (มาตรา 34)

6.7 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ( right to rectification ) บริษัทพยายามจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบรูณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ กรณีที่เจ้าของข้อมูลเห็นว่าข้อมูลที่ บริษัทมีอยู่นั้นไม่ถูกต้องหรือเจ้าของข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของตนเอง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูล ส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (มาตรา 35)

6.8 การร้องเรียน เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลเชื่อว่าการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทนั้นฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนด ผ่านทางช่องทางการติดต่อบริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องขอ ภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอ บริษัทอาจจะปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฏหมายกำหนดไว้

7. มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค ( Technical Measure ) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ ( Organizational Measure ) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ บริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์

นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนดขึ้น

8. กิจกรรมทางการตลาด และการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างการใช้บริการ บริษัทจะส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาด การส่งเสริมการตลาด หรือการ ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และการบริการต่างๆ ที่บริษัทคิดว่าท่านเจ้าของข้อมูลอาจจะสนใจ เพื่อประโยชน์ในการให้บริการ กับท่านเจ้าของข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากท่านเจ้าของข้อมูลได้ตกลงที่จะรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวแล้ว ท่านเจ้าของ ข้อมูลมีสิทธิยกเลิกความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ

9. การใช้งาน Cookies

ไฟล์ข้อความเล็ก ๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลโดยจะบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ และ/หรืออุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน เช่น แท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน และบริษัทจะใช้คุกกี้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริการของบริษัท ผ่านการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท โดยคุกกี้จะไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ และการใช้คุกกี้ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์ของท่านแต่อย่างใด

10. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวน และอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้อยู่เป็นระยะ ตามความเหมาะสม เพื่อความสอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฏหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว บริษัท จะแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจน ก่อนจะเริ่มการเปลี่ยนแปลง

11. ช่องทางการติดต่อ

ทางบริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการกำหนดช่องทางการติดต่อให้กับลูกค้า หากมีข้อสอบถามสงสัยเกี่ยวข้องกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบาย ลูกค้าสามารถติดต่อบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางดังนี้

บริษัท มิตรสิบ พิโก จำกัด สำนักงานใหญ่

ที่อยู่ : เลขที่ 895-6 หมู่ 5 ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270

เว็บไซต์ : mitsibpico.com ไลน์ มิตรสิบ เงินด่วน และ เฟซบุ๊ค มิตรสิบ เงินด่วน

อีเมล : IA@mitsibleasing.com Call Center : 02-7438787 ต่อ 921,922